ติดต่อ : 08 6781 4705
เลือกภาษา :
Thai
English
Spanish

ข่าวสารผ้าไทย

พระเทพ ทรงชื่นชมพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ

พสกนิกรชาวไทยต่างเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระสิริโฉมงดงามโดยเฉพาะยิ่งฉลองพระองค์ด้วยชุดผ้าไหมไทย แต่หากมองให้ลึกซึ้งกว่านั้น ด้วยเพราะพระองค์ทรงสนับสนุนคนไทยให้มีกำลังใจในการสร้างสรรค์ผ้าทอเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ และด้วยพระปรีชาญาณทรงสอดแทรกกุศโลบายอันแยบยล ในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทยมิให้สูญหายตามกาลเวลา และในเวลานี้นับเป็นโอกาสดีของคนไทย ที่ได้ชื่นชม “ฉลองพระองค์” และศึกษาความรู้เกี่ยวกับผ้าไทยอย่างใกล้ชิด ภายใน พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ เสด็จฯ แทนพระองค์ทรงเป็นประธานเปิดพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในพระบรมมหาราชวัง เมื่อบ่ายวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และจะเปิดให้ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าชมอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 พ.ค. 2555

thai

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการด้วยความสนพระทัย ทั้งในห้องจัดแสดงที่ 1 “ราชพัตราจากผ้าไทย” จัดแสดงฉลองพระองค์ชุดสากล ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยฝีมือนักออกแบบไทยและต่างชาติ และทอดพระเนตรวีดิทัศน์ความเป็นมาของชุด “ไทยพระราชนิยม” ในห้องจัดแสดงที่ 2 ซึ่งรวบรวมฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมกว่า 30 องค์ และเครื่องแต่งกายในราชสำนัก ตลอดจนทอดพระเนตรนิทรรศการ “พระหัตถ์ที่ทรงงานเพื่อแผ่นดิน” ในห้องจัดแสดง 3 และ 4 ผูกโยงเรื่องราวกำเนิดของมูลนิธิศิลปาชีพ ไม่เพียงสร้างรายได้ให้ราษฎรไทยลืมตาอ้าปากได้ แต่ยังสร้างอาชีพทดแทนการปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย รวมถึงอนุรักษ์ลายผ้าโบราณ อาทิ ผ้าไหมมัดหมี่, แพรวา, ผ้าจก, ผ้าขิด ให้อยู่คงเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติไทย

หัวหน้าคณะทำงานพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ น.ส.ปิยวรา ทีขะระ เปิดเผยภายหลังนำทอดพระเนตรนิทรรศการแต่ละห้องจัดแสดงว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับสั่งชมว่า จัดดำเนินการได้ดี หลังจากครั้งแรกที่ทรงเคยทอดพระเนตร ได้มีการปรับปรุงรูปแบบการนำเสนอให้กะทัดรัดขึ้น ระหว่างทอดพระเนตรวีดิทัศน์หรือพระฉายาลักษณ์ ทรงจดจำบางสถานที่ที่เคยเสด็จฯ ได้ และมีรับสั่งด้วยว่าจะทรงนำแขกบ้านแขกเมืองมาชมพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ในโอกาสต่อไป.


ยลฉลองพระองค์-ความวิจิตรผ้าไทย

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงสนับสนุนงานทอผ้าให้เป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้แก่ราษฎรมาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี ทรงเล็งเห็นว่าผ้าไทยงดงามและมีเอกลักษณ์ ควรอนุรักษ์ไว้มิ ให้สูญหาย จึงมีพระราชดำริจัดตั้งพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับผ้าทั้งในราชสำนัก และท้องถิ่น ด้วยเหตุนี้ พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงได้จัดตั้งขึ้น ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเป็นประธานที่ปรึกษา

พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ เป็นหน่วยงานหนึ่งภายใต้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นศูนย์กลางการเก็บรักษาและจัดแสดงผ้าประเภทต่างๆ ซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ รวมทั้งจัดแสดงฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงนำความเป็นไทยออกไปสู่สากล และก่อให้เกิดรายได้กลับมาสู่ผู้ผลิตในประเทศ แบ่งการจัดแสดงเป็น 3 นิทรรศการ ดังนี้

ห้องจัดแสดงที่ 1 "ราชพัสตราจากผ้าไทย" จัดแสดงฉลองพระองค์ชุดสากลในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นักออกแบบไทยและต่างชาตินำผ้าไหมไทยมาใช้ในการตัดเย็บ ทำให้ผ้าไทยที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์และเกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ถือเป็นพระราชกุศโลบายในการเผยแพร่และส่งเสริมผ้าไทย รวมทั้งศิลปวัฒนธรรมด้านการแต่งกายของสตรีไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บด้วยผ้าไทยนั้นมีความงดงาม สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็น ทำให้เกิดความนิยมสวมใส่ชุดที่ตัดเย็บด้วยผ้าไทยทั้งในและต่างประเทศ

ห้องจัดแสดงที่ 2 "ไทยพระราชนิยม" จัดแสดงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กว่า 30 องค์ ตลอดจนผ้าและเครื่องแต่งกายในราชสำนักเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ในการสร้างสรรค์และสืบสานการแต่งกายแบบไทยที่แสดงถึงเอกลักษณ์ไทย แต่ละแบบมีความงดงามและแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานธรรมเนียมการแต่งกายของสตรีไทยในราชสำนักสมัยโบราณให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันได้อย่างลงตัว และเหมาะสมแก่วาระต่างๆ ซึ่งถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของผ้าไทยอีกทางหนึ่งด้วย

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นผู้นำในการแต่งกายแบบไทยอย่างแท้จริง ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยแบบต่างๆ ในระหว่างการตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปในการทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศตั้งแต่เมื่อครั้งเสด็จขึ้นครองราชย์ต่อมาฉลองพระองค์ชุดไทยของพระองค์เป็นที่รู้จักในชื่อ"ชุดไทยพระราชนิยม" และเป็นต้นแบบชุดประจำชาติของสตรีไทยในปัจจุบัน

ห้องจัดแสดงที่ 3-4 "พระหัตถ์ที่ทรงงานเพื่อแผ่นดิน" บอกเล่าเรื่องราวต้นกำเนิดแห่งศิลปาชีพตั้งแต่ปี พ.ศ.2513 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัยที่อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ทำให้สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำริถึงการพระราชทานอาชีพแก่ราษฎร ต่อมาได้มีพระราชเสาวนีย์ให้ท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์ ราชเลขานุการในพระองค์ในขณะนั้น ลงพื้นที่จังหวัดนครพนมเพื่อสำรวจความเป็นอยู่ของราษฎรและพระราชทานความช่วยเหลือ โดยได้ทรงกำชับว่า "แม้ผ้าถูเรือนก็อย่าละเลย" เพราะอาจได้พบลายผ้าโบราณ ซึ่งจะสืบไปถึงช่างทอและเรื่องราวต่างๆได้ จากจุดเริ่มต้นดังกล่าวได้กลายเป็นการฟื้นชีวิตผ้าทอมือไทยที่กำลังจะสูญหาย พร้อมกับพัฒนาฐานะและคุณภาพชีวิตราษฎรไทยทุกภูมิภาคมาจวบจนปัจจุบัน

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้สร้างงานแก่ราษฎรชนบทให้สามารถยึดเป็นสัมมาชีพได้อย่างมีศักดิ์ศรี เป็นทางเลือกให้ราษฎรได้ทำงานที่ตนรักในบ้านเกิด ได้อยู่พร้อมหน้าครอบครัว ไม่ต้องเข้ามาแก่งแย่งทำมาหากินในเมืองใหญ่ และเหนืออื่นใดคือได้เดินตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการช่วยให้คนไทยสามารถเลี้ยงตนเองได้อย่างยั่งยืนมาเป็นเวลายาวนานกว่า 40 ปี


แนวไหนก็ผ้าไทยได้

บรรดาเหล่าซุปตาร์ขวัญใจของเขามาเดินแบบชุดผ้าไทยหลากหลายสไตล์ที่ดีไซน์กัน ทำเอาแม่งานอย่าง สุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ปลาบปลื้มอย่างยิ่ง ตามชื่องาน “แนวไหนก็ผ้าไทยได้ ” ไม่จำเป็นจะต้องเป็นวัยป้า วัยลุง แต่วัยรุ่น วัยโจ๋ ก็สวมใส่ให้สมกับวัยได้เช่นกัน ด้วยเหตุผลของยุคสมัยและกระแสวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้คนไทยห่างเหินจากผ้าไทยไปมาก จึงอยากเชิญชวนให้คนไทยหันมาเห็นความสำคัญของผ้าไทย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในสังคมต่อไป ผ้าไทยสามารถนำมาตัดเย็บให้เข้ากับเสื้อผ้ายุคใหม่ได้ทุกรูปแบบ หรือจะนำมาผสมผสาน ตกแต่งด้วยความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ก็จะยิ่งทำให้เสื้อผ้าดูมีเอกลักษณ์ และดัดแปลงให้ดูทันสมัยเข้าได้กับทุกแฟชั่นได้ดีอีกด้วย” เจ้ากระทรวงวัฒนธรรมฝากถึงคนรุ่นใหม่ทุกคน แนวคิดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมแล้ว

มาดูแนวคิดของผู้รับนโยบายสานต่อให้เกิดความต่อเนื่อง ตั้งแต่ นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ที่ย้ำว่าจะสานต่อการรณรงค์การใช้ผ้าไทย โดยปัจจุบันการใช้ผ้าไทยมีความหลากหลายในรูปแบบของการดีไซน์ ผนวกกับการนำเครื่องประดับอื่นๆมาประกอบ เพื่อให้คนที่นิยมใช้ผ้าไทยและแสดงให้เห็นว่าการใช้ผ้าไทยไม่ได้เหมาะสมกับผู้ใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถทำให้วัยรุ่นได้เห็นว่าผ้าไทยสามารถออกแบบได้ตามรูปร่างที่ตนเองต้องการ ที่สำคัญเป้าหมายงานในครั้งนี้ คือ อยากให้คนรุ่นใหม่หรือประชาชนทุกคน สามารถมองผ้าไทยในลักษณะที่ว่า ในสถานการณ์ใดๆก็แล้วแต่สามารถใช้ผ้าไทยได้ และจากนี้ไปตนจะมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะวัยรุ่น เห็นว่า แนวไหนก็ผ้าไทยได้

ปลุกกระแสวัยรุ่นรักผ้าไทย

กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดงาน “แนวไหนก็ผ้าไทยได้” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ในด้านผ้าไทย และเพื่อเทิดพระเกียรติในฐานะที่ทรงมีสายพระเนตรเห็นคุณค่าของผ้าไทยมาโดยตลอด และทรงเป็นแบบอย่างในการฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทยในการเสด็จฯ ไปในทุกสถานที่และทุกโอกาส จนกลายเป็นภาพคุ้นตาและทำให้คนไทยและชาวโลกได้ประจักษ์ชัดถึงความงามของผ้าไทย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และสมควรที่ชาวไทยจะได้ดำเนินตามรอยพระยุคลบาท โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ บริเวณเมน อารีน่า ห้างสรรพสินค้าเซน ซึ่งได้มีการชักชวนคนรุ่นใหม่ให้หันมาสวมใส่ผ้าไทย ด้วยการดึงนักแสดงวัยรุ่นชื่อดังที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ มานำเสนอผ้าไทยในชุดลำลองของหนุ่มสาวทันสมัย แต่ตัดเย็บด้วยผ้าไทย สะท้อนให้เห็นถึงความเก๋ไก๋ไม่ต่างจากผ้าอื่น ๆ

   ด้วยเหตุผลของยุคสมัยและกระแสวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้คนไทยห่างเหินจากผ้าไทยไปมาก จึงอยากเชิญชวนให้คนไทยหันมาเห็นความสำคัญของผ้าไทย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในสังคมต่อไป หากพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าผ้าไทยสามารถนำมาตัดเย็บให้เข้ากับเสื้อผ้ายุคใหม่ได้ทุกรูปแบบ หรือจะนำมาผสมผสาน ตกแต่งด้วยความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ จะยิ่งทำให้เสื้อผ้าดูมีเอกลักษณ์ และดัดแปลงให้ดูทันสมัยเข้าได้กับทุกแฟชั่นจริง ๆ

   ด้าน ณเดชน์ คูกิมิยะ ในฐานะคนรุ่นใหม่แสดงความคิดเห็นต่อผ้าไทยว่า ยอมรับว่าคนรุ่นตัวเองไม่ค่อยได้ใส่ผ้าไทยมากนัก นอกจากในงานสำคัญ ๆ แต่จริง ๆ แล้ว ผ้าไทยมีหลายประเภท สามารถเลือกมาดัดแปลงให้เข้ากับแนวเสื้อผ้าที่ชอบใส่ได้ อย่ามัวแต่คิดว่าเชย ส่วน ญาญ่า- อุรัสยา เสปอร์บันด์ เชิญชวนให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจผ้าไทยว่า ผ้าไทยเป็นผ้าที่ไม่เหมือนใคร มีเอกลักษณ์ และใส่สบาย ใส่ได้ในทุก ๆ วัน ยิ่งเอามาตัดชุดที่มีดีไซน์เก๋ ๆ ก็ยิ่งดูดี วัยรุ่นใส่ได้ ผู้ใหญ่ใส่ดี ลองเอาผ้าไทยมาตัดเสื้อผ้าใส่กันดู รับรองว่าดูดีทุกคน”.

แก่นแท้ธรรมชาติงดงามดั่งเพชร

งานเปิดตัวเครื่องประดับอัญมณี “วีว่า เนเชอร์” คอล เลกชั่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์หรูเจ้าเดิม “บลู ริเวอร์” เพราะแขกระดับเอลิสต์ที่ได้รับเกียรติมาร่วมงานต่างห่มเพชรไซซ์บิ๊กมาประชันแสง ส่องประกายระยิบระยับไม่แพ้แฟชั่นโชว์ที่เจ้าภาพ “วิภาดา ธรรมาวรานุคุปต์” ประธานกรรมการบริษัท บลู ริเวอร์ และลูก ๆ ณรัณ ธรรมาวรานุคุปต์ และ ณิชยา เอครพานิช ภูมิใจอวดโฉมผ่านแรงบันดาลใจสีสันแก่นแท้ความงามของธรรมชาติ สะท้อนความหมายของเพชร สื่อเข้ากับไลฟ์สไตล์แตกต่างอย่างสิ้นเชิงของผู้หญิง ค่ำคืนของการเปิดตัวคอลเลกชั่นวีว่า เนเชอร์ พื้นที่ภายในห้องรอยัลบอลรูม โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เต็มไปด้วยเซเลบริตี้รุ่นใหญ่ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ตัวจริงของ บลู ริเวอร์ อาทิ ลี พึ่งบุญพระ, วี มาร์, สุรีย์ สถิรชวาล, คุณหญิงสุภัทรา ตันติพิพัฒน์พงศ์, คุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ, หทัยเทพ ธีระธาดา, พล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ, ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ, ม.ล.ปุณยนุช ดุลยจินดา, ดร.ทิพย์ อมาตยกุล, จรรยา สว่างจิตร, สุวิมล มหากิจศิริ, อุราภา มาลีนนท์, ดร.มาลีรัตน์ คุนผลิน ฯลฯ ที่พร้อมใจกันมาร่วมชื่นชมแฟชั่นเพชรสวย ๆ ผลงานคอลเลกชั่นใหม่ ซึ่งผลงานแต่ละชิ้นถูกนำเสนอผ่านเซเลบริตี้รุ่นใหม่ กรกนก ยงสกุล, กิติวิชญา วัชโรทัย, โสรัส อมาตยกุล และ ธันยทิพย์ วัลยะเสวี ซึ่งร่วมกับนางแบบชื่อดังแสดงแฟชั่นโชว์ สำหรับคอลเลกชั่นใหม่นี้ถ่ายทอดความน่าค้นหาของธรรมชาติ จนเกิดเป็นสุดยอดศิลปะแห่งจิวเวลรี่ 4 กลุ่ม “อะควา” เน้นประกายสีสันความอ่อนช้อยของผิวน้ำ โดยเลือกใช้ทั้งเพชร แซฟไฟร์ และพลอยหลากสี ผสมผสานโอปอล์และมุก ทำให้เห็นเรื่องราวของคลื่นที่หยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน, “ฟลอร่า” สะท้อนความร่าเริงของหมู่มวลไม้ ผสานความอ่อนหวาน บอบบาง และบริสุทธิ์ ความพิเศษของสีสันบนกลีบดอกไม้ เป็นผลงานสุดประณีตตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกอัญมณี ต่อเนื่องถึงการร้อยเรียงทุกเม็ด ด้วยเฉดสีที่ไล่กันอย่างลงตัว มองเห็นความบริสุทธิ์เบิกบานดุจดอกไม้แรกแย้ม สัญลักษณ์ของธาตุดิน “เทอร์ร่า” สะท้อนความมั่นคงแข็งแกร่ง และหนักแน่น ออกแบบโดยเน้นเส้นสายลายดิน ด้วยฝีมือการฉลุโปร่ง ทำให้ได้ดีไซน์รูปแบบตัวเรือนใหม่ ๆ เกิดจากความตั้งใจผสมจินตนาการในการผสมสีของพลอยหลายเฉด จนสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของดินบนชิ้นงาน ปิดท้ายที่ “แอนนิมอล” ผลงานเหนือจินตนาการอาศัยงานฝีมือระดับสูงจากช่างผู้ชำนาญ ทำให้เกิดผลงานนกยูงและมังกรซึ่งเปรียบเสมือน “คิง แอนด์ ควีน ออฟ แอนนิมอล” แต่ละชิ้นงานใช้เวลาในการสร้างสรรค์ร่วมหนึ่งปี.

เสื้อผ้าหน้าผมพร้อมรับปี 2555

   สิ่งที่มาแรงเห็นชัดๆ คือสีเหลือง จากเมื่อก่อนจะเป็นเหลืองมะนาวอมเขียว แต่ปีนี้จะอ่อนกว่าคือ เหลืองมะนาว-เหลืองสด เหลืองจำปา เหลืองอ่อนๆ รองลงมาก็จะเป็นสีขาว ฟ้า เขียว ซึ่งเหล่านักมิกซ์แอนด์แมทช์สามารถดึงตรงนี้มาใช้เป็นหลักได้ ส่วนเรื่องโครงเสื้อผ้าปี พ.ศ.2555 นี้ ค่อนข้างจะมีความวาไรตี้สูง หลายแบรนด์มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ชัดเจน เด่นๆ คือการนำของเก่ามาทำใหม่ เช่น การนำโครงเสื้อจากยุค 60's มาดัดแปลงเป็นเสื้อผ้าสมัยใหม่ ตอกย้ำคำว่าไม่มีเทรนด์ตายตัวในสมัยนี้ ที่มีการผสมผสานกันอย่างการนำทรงผมจากยุคนั้น เมคอัพจากยุคนี้ และเสื้อผ้าจากยุคถัดมามาผสมกันเพื่อให้ได้เทรนด์ใหม่เรื่อยๆ และอีกหนึ่งอย่างที่มาแรงคือเสื้อผ้าที่ไร้รูปทรง มีแพทเทิร์นแปลกๆ อย่างการตัดเย็บที่ตั้งใจให้แขนไม่เท่ากัน มีโครงไม่บาลานส์สามารถครีเอทได้หลายรูปแบบก็จะเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจในปีนี้ด้วย

    ส่วนเสื้อผ้าที่เอาท์ไปแล้วก็คือแฟชั่นเลคกิ้ง ที่เริ่มซามาตั้งแต่ต้นปีก่อน โดยสิ่งที่จะมาแทนจนถึงปีหน้าไม่ใช่กางเกงยีน แต่เป็นกางเกงเทลเลอร์คัท ที่มีการตัดเย็บเหมือนกางเกงผู้ชาย เอวต่ำ มีจีบข้างหน้า ขาเล็กแคบกึ่งเดฟ คล้ายกางเกงขี่ม้า ดูมีทรงสมาร์ทเข้ารูป ทางด้านเครื่องประดับ ทั้งรูปมน รูปเหลี่ยม เป็นประกาย สามารถใช้ได้หมด แต่สิ่งที่เป็นความแปลกใหม่คือเรื่องของพื้นผิววัสดุที่นำมาใช้ ทั้งกระเป๋า เข็มขัด รองเท้า ฯลฯ จะไม่ได้เอาผ้าหรือหนังธรรมดาๆ มาใช้อีกต่อไป หลายแบรนด์นิยมใช้วัสดุพลาสติกนำมาเลเซอร์คัทเป็นลวดลายกราฟฟิกต่างๆ เน้นความสร้างสรรค์ของเทคโนโลยีมากขึ้น

    ทางด้านทรงผมอันเป็นสัญญาลักษณ์ประจำตัวที่สามารถบอกตัวตนของแต่ละคนได้อย่างดี แฟชั่นผมสั้นของสาวๆ ยังมาแรงอย่างต่อเนื่องแต่เน้นความเรียบตรง สร้างมิติด้วยไฮไลท์ ที่ปรับลุคให้กระชับกระเฉง เปรี้ยวซ่า มีความล้ำและแฟนตาซีอยู่ในตัว ส่วนหนุ่มๆ ยังคงเน้นความเท่ สมาร์ท สุภาพเหมือนในยุค 80's แต่แฝงความกวนอยู่นิดๆ ด้วยลูกเล่นของการแต่งผม เน้นโครงสร้างรูปทรงเรขาคณิต มีเส้นมีกราฟฟิกและกรอบที่ชัดเจน เช่น หน้าม้าตรง ที่มีรูปทรงแปลกๆ หรือตัดปลายให้ตรงเน้นความเงางามพลิ้วไหวตามธรรมชาติ ไม่สไลด์หรือดัดหยิกฟูอย่างปีที่ผ่านมา

    โทนสีผมที่มาแรง ได้แก่ สีบลอนซ์ทอง ที่แสดงออกถึงความบริสุทธิ์ ตรงไปตรงมา สดใส อบอุ่น ช่วยให้ดูสง่างาม หรูหรา ต่อด้วย โทนสีเข้มที่แสดงออกถึงความแข็งแกร่ง เฉียบแหล่ม เร่าร้อนในโทน สีดำ เทา แอบแฝงความอ่อนหวานด้วยประกายหรือไฮไลท์ สีชมพูฟูเซีย สำหรับความลึกลับต้องยกให้กับสีที่ดูเยือกเย็นอย่าง สีเทาคลิสตัล อะเมทิสต์ และ แซฟไฟร์อ่อนๆ ดูแพรวพราว แต่อ่อนไหวเหมื่องานศิลปะ ปิดท้ายด้วยความซุกซนและน่าจับตามองกับการใช้โทนสีเข้ม อย่างสีน้ำเงิน หรือ ม่วงเข้ม มาผสมผสานกับการตัดที่ให้ความแปลก ซับซ้อน ให้ความรู้สึกกล้าหาญ มาดมั่น เป็นจุดสนใจที่สร้างความเย้ายวนใจให้คนรอบข้างได้

    จุดสำคัญของเทรนด์เมกอัพในปี 2555 คือการเน้นการเผยผิวหน้าสวยใสสุขภาพดีที่เป็นที่นิยมมาอย่างต่อเนื่อง เพียงแค่ใช้ลิปกลอสเติมบนเรียวปากบางๆ ให้สีตัดกับผิวหน้าที่ลงรองพื้นเรียบๆ และลงบรัชออนสีส้มพีชบางๆ ให้ดูเนียนสะอาด อาจเปลี่ยนเป็นลุคเปรี้ยวซ่าส์ ด้วยการใช้บรัชออนสีสดกว่าเดิมเพื่อให้ดูสดใสมากขึ้น เพิ่มความเซ็กซี่ด้วยการใช้พาวเดอร์บรอนเซอร์ช่วยให้ผิวเป็นสีแทนดูคมเข้มแข็งแรง ปิดท้ายด้วยการเพิ่มความโดดเด่นบนใบหน้าด้วยโทนสีทองสำหรับงานปาร์ตี้สนุกๆ ในช่วงค่ำ

Review www.ds-phathai.com on alexa.com Aroma Massage or Aromatherapy Massage
Review dragonhillsgolf.com
Submit your website to Welbilt Manufacturing (thailand) ltd
Submit your website to Tronkamol ltd
Active Search Results

P&T Hosting Co., Ltd. :: บริการ | จดโดเมนเนม | เว็บโฮสติ้ง | VPS | Co-location |
   Free counter and web stats   yasni.de | No. 1 free people search - Find anyone on the web  

Copyrigh ©2012 ds-phathai.com All rights reserved  
Facebook